Frequently Asked Questions

What are the minimum system requirements for PrepLit?

PrepLit can run on any OS that can install .NET framework 4 such as Windows XP, Windows Vista, Windows 7, Windows 8 and Windows 10.

How do I get PrepLit?

PrepLit can be ordered by clicking the Buy menu, fill in the necessary information, and pay via Paypal. Once you place your order, an email will also be sent to you with the logon account information. You can click the Activate menu and fill in the logon information to download the full version of PrepLit.

How long I can use my personal licensed PrepLit?

The purchased version can be used as long as you want. (There may be no support after the version end-of-life.) You can also upgrade to the new version when there is minor version update (but not the major version).

What about the organizational license?

The organization customer can get 1-year organizational type license to save the budget. The license also grants you the right to upgrade to any new version while your license is still valid.

How do I activate PrepLit?

When you run unactivated PrepLit, the activation dialogbox popups. PrepLit will give a code in that dialogbox. You can logon to our website by clicking the Activate menu and enter the code to get your activation key to fill in the program dialogbox.

Can I install PrepLit on more than one computer?

The activation key is valid for only one computer and is not transferable. You can obtain additional activation key(s) by placing order(s).

Can I get free license(s)?

We will grant free license(s) to: 1. An educational institute which puts the link to our website in the institute webpage. (3 licenses) 2. A journalist or blogger who reviews PrepLit. (1 license) 3. A public speker who mentions PrepLit in his/her talk. (1 license) If you are in one of the above, feel free to write an email to us (please also include link or other kind of evidence.) and we will send your free license(s).

อัตราดอกเบี้ยและข้อมูลเกี่ยวกับธนาคาร

ธนาคารที่ดอกเบี้ยถูกที่สุด 3 อันดับ คือธนาคารใด

3 อันดับแรก คือโปรโมชั่นที่ Refinn คัดสรรมาให้ว่าประหยัดที่สุด โดยจะทราบชื่อธนาคารหลังสมัครรีไฟแนนซ์

1. เลือกดู "รีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี" กับ "รีไฟแนนซ์ครั้งเดียวตลอดอายุสัญญา" ได้หรือไม่

ได้ โดยเลือกที่ "เรียงลำดับตาม" ซึ่งอยู่ตำแหน่งมุมบนขวา ของกราฟ

2. ดอกเบี้ยที่เฉลี่ยออกมาให้ คือสำหรับ Re-Finance ทุก 3 ปี หรือ ตลอดสัญญา

ดอกเบี้ยที่แสดง คำนวณจากการรีไฟแนนซ์ 1 ครั้ง ยาวตลอดอายุสัญญา
และท่านสามารถเลือกดู "รีไฟแนนซ์ทุก 3 ปี" กับ "รีไฟแนนซ์ครั้งเดียวตลอดอายุสัญญา" ได้ ได้ โดยเลือกที่ "เรียงลำดับตาม"

3. ควร Re-Finance ครั้งเดียว หรือ ทุก 3 ปี

การรีไฟแนนซ์ สามารถทำได้ทุก 3 ปี เพื่อความประหยัดสูงสุด แต่ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเลือกเองได้ตามความสมัครใจ

4. ภายใน 3 ปีแรก ไม่ควรกู้ เพราะดอกเบี้ยถูกอยู่แล้วใช่หรือไม่

ภายใน 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะถูก และอาจมีค่าปรับถ้าหากรีไฟแนนซ์ก่อนครบ 3 ปี แต่ลูกค้าสามารถยื่นรีไฟแนนซ์ได้ก่อนครบ 3 ปีได้ก่อน เพื่อให้อนุมัติรอไว้ เมื่อครบ 3 ปี ก็จะได้เปลี่ยนธนาคารทันที

5. การ Re-Finance สามารถยื่นกู้มากกว่าราคาบ้านได้หรือไม่

โดยทั่วไปแล้วสามารถรีไฟแนนซ์ได้ 100% ของยอดหนี้คงเหลือ และกู้เพิ่มได้ตามส่วนต่าง ที่ไม่เกินราคาประเมิน

6. การคำนวณนี้ คำนวณจากยอดหนี้คงเหลือเพียงอย่างเดียว หรือคำนวณจากยอดหนี้คงเหลือรวมกับดอกเบี้ย

การคำนวณในเว็บไซต์ของ Refinn คำนวณรวมดอกเบี้ยแล้ว โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ลูกค้ากรอกเข้ามา และดอกเบี้ยโปรโมชั่นจากธนาคาร

คุณสมบัติของผู้ยื่น Refinance

1. พึ่งยื่นกู้บ้านมา Re-Finance ได้หรือไม่

ภายใน 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะถูกและอาจมีค่าปรับถ้าหากรีไฟแนนซ์ก่อนครบ 3 ปี แต่ลูกค้าสามารถยื่นรีไฟแนนซ์ได้ก่อนครบ 3 ปีได้ก่อน เพื่อให้อนุมัติรอไว้ เมื่อครบ 3 ปี ก็จะได้เปลี่ยนธนาคารทันที

2. ขอ Re-Finance ระหว่างปีได้หรือไม่

สามารถยื่นรีไฟแนนซ์ได้ก่อนครบ 3 ปีได้ก่อน เพื่อให้อนุมัติรอไว้ เมื่อครบ 3 ปี ก็จะได้เปลี่ยนธนาคารทันที

3. กรณีพึ่งทำ Re-Finance ไปต้องรอให้ครบ 3 ปีหรือไม่

ภายใน 3 ปีแรก ดอกเบี้ยจะถูก และอาจมีค่าปรับถ้าหากรีไฟแนนซ์ก่อนครบ 3 ปี แต่ลูกค้าสามารถยื่นรีไฟแนนซ์ได้ก่อนครบ 3 ปีได้ก่อน เพื่อให้อนุมัติรอไว้ เมื่อครบ 3 ปี ก็จะได้เปลี่ยนธนาคารทันที

4. กรณียื่นไม่ผ่าน Refinn มีค่าใช้จ่ายหรือไม่

Refinn ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากได้รับค่าตอบแทนจากธนาคารที่พาร์ทเนอร์ที่ Refinn ช่วยดำเนินการกับลูกค้า

5. ยอดไม่ถึง 1,000,000 บาท สามารถ Re-Finance กับ Refinn ได้หรือไม่

ได้ เนื่องจาก Refinn มีธนาคารที่พาร์ทเนอร์ด้วย ซึ่งบางแห่งรับยอดรีไฟแนนซ์ที่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท

6. กรณีกำลังจะโดนยึด สามารถยื่น Re-Finance ได้หรือไม่

แล้วแต่กรณีของลูกค้า โดยหากต้องการความช่วยเหลือ ท่านสามารถปรึกษา Refinn Support Center ได้ฟรี ไม่มีค่าบริการ

7. Statement มีตัวเลขเงินเยอะ แต่อายุ 65 ปี แล้วสามารถยื่นกู้ร่วมได้หรือไม่

แล้วแต่กรณีของลูกค้า โดยหากต้องการความช่วยเหลือ ท่านสามารถปรึกษา Refinn Support Center ได้ฟรี ไม่มีค่าบริการ

คำถามทั่วไป

1. การ Re-Finance กับ Refinn มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ แล้ว Refinn ได้รับค่าตอบแทนจากลูกค้าในส่วนไหน

Refinn ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจาก Refinn ได้รับค่าตอบแทนจากธนาคารที่พาร์ทเนอร์ที่ Refinn ช่วยดำเนินการกับลูกค้า

2. Refinn คือ ธนาคาร ?

Refinn ไม่ใช่ธนาคาร แต่เป็นเสมือนตัวกลางที่รวบรวมโปรโมชั่นจากธนาคารต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆกับลูกค้า เนื่องจากได้รับค่าตอบแทนจากธนาคารที่พาร์ทเนอร์ด้วย

3. MRR MLR คืออะไร คืออะไร

คืออัตราดอกเบี้ยที่แต่ละธนาคารกำหนด ซึ่งจะแตกต่างกันไป ตามที่ธนาคารประกาศ โดย MLR (Minimum Loan Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี และ MRR (Minimum Retail Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย

4. กรณียื่นผ่านระบบ Refinn แต่ภายหลังลูกค้าต้องการยื่นเองกับธนาคาร สามารถยื่นเองได้หรือไม่

สามารถทำได้ แต่ Refinn จำเป็นต้องคิดค่าดำเนินการและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นตามจริง ไม่เกิน 5,000 บาท

5. Re-Finance มีข้อเสียไหม

รีไฟแนนซ์อาจมีค่าจดจำนองกับกรมที่ดิน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่หลายๆธนาคารก็มีโปรโมชั่นฟรีค่าจดจำนอง ฟรีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าเช่นกัน

6. กรณีลูกค้ากับธนาคารที่ 1 ตกลงกันไปแล้ว แต่ธนาคารที่ 2 ให้เงื่อนไขที่ดีกว่า ลูกค้าสามารถยกเลิกธนาคารที่1 ได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับว่า ธนาคารแห่งที่ 1 ที่ตกลงไว้นั้น ดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหน และขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารนั้นๆ ว่ามีค่าปรับ หรือค่าธรรมเนียมใดๆหรือไม่

7. Refinn มีแต่ Re-Finance บ้านอย่างเดียวหรือ ไม่มี Re-Finance รถ หรืออย่างอื่น?

รีไฟแนนซ์ มีหลากหลายรูปแบบ โดย Refinn เปิดให้บริการรีไฟแนนซ์บ้านก่อนเป็นอันดับแรก และจะเปิดให้บริการเพิ่มเติมในอนาคต

8. Refinn เป็น Start Up Project แล้ว Profit ของ Refinn คืออะไร ได้จากไหน

Refinn ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากได้รับค่าตอบแทนจากธนาคารที่พาร์ทเนอร์ที่ Refinn ช่วยดำเนินการกับลูกค้า